ชีวิตพนักงาน 2006 ความภักดีองค์กร-เงินเดือนที่คุ้มค่า ที่แทบหายากในปัจจุบัน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ชีวิตพนักงาน 2006 ความภักดีองค์กร-เงินเดือนที่คุ้มค่า ที่แทบหายากในปัจจุบัน

ตั้งหัวข้อ  Ton on Sun Feb 28, 2010 11:45 pm

ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอันเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่วุ่นวายขณะนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศชาติ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรธุกริจด้วย

ที่ไม่เพียงจะต้องปรับตัวขนานใหญ่ หากพนักงานในองค์กรหลายคนยังจะต้องปรับตัวตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน การทุ่มเทในการทำงาน รวมไปถึงการเบิกจ่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในสำนักงานด้วย

ยิ่งบางองค์กรเป็นองค์กรอนุรักษนิยม เป็นองค์กรขนาดเล็กหรือเป็นองค์กรที่มีพนักงานเพียงไม่กี่ร้อยกี่พันคน ยิ่งจะต้องปรับตัวขนานใหญ่

ขณะที่บางองค์กรเป็นองค์กรข้ามชาติ เป็นองค์กรที่มีพนักงานทั้งในส่วนของ back office และ front office ซึ่งรวมแล้วมีมากกว่าหลายพันคนขึ้นไป จนกระทั่งถึงหลักหมื่นอาจจะต้องปรับตัวลงมาบ้าง

โดยเฉพาะในส่วนของพนักงาน front office ที่ประจำอยู่ตามโรงงานต่างๆ

กล่าวกันว่า เหตุและปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยรวมจนทำให้พนักงานหรือลูกจ้างของบางองค์กรเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในชีวิตพนักงานหรือลูกจ้างนั้นเป็นเพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น

ทั้งในส่วนของคอร์สการลงทุนที่ต้องเกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุน ภาวะน้ำมัน ภาวะดอกเบี้ย รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้คอร์สการลงทุนเพิ่มขึ้น

รวมไปถึงต้นทุนเงินเดือนของพนักงานทั้งหมดด้วย

เหตุนี้เองจึงทำให้พนักงานหลายคนที่เชื่อว่าตนเองมีศักยภาพการทำงานเพียงพอ มีความสามารถและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงอยากที่จะเปลี่ยนงานไปยังบริษัทที่ดีกว่า

ยิ่งเฉพาะบริษัทข้ามชาติ

บริษัทที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง

หรือบริษัทที่ให้โอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน

ขณะเดียวกัน ก็มีพนักงานหลายคนชอบที่จะอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก เพราะเชื่อว่า "โตในที่เล็ก ดีกว่าเล็กในที่ใหญ่" เป็นไหนๆ

เพราะฉะนั้น เมื่อมาดูข้อมูลการสำรวจของสถาบัน AMA ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา จึงพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

ผู้ตอบแบบสำรวจในเขตละตินอเมริกาส่วนใหญ่ มักชอบอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก (มี 81.5% ของบริษัททั้งหมดที่มีพนักงานน้อยกว่า 1,000 คน)

ผู้ตอบแบบสำรวจในยุโรปตะวันตก มักจะทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน คิดเฉลี่ยเป็น 33.2%

ถามว่าแบบสำรวจนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพนักงานในองค์กร ?

คำตอบคือเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นผู้นำองค์กร

เพราะในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้นำองค์กรจะต้องเป็นแม่ทัพในการบัญชาการรบที่จะให้องค์กรนั้นๆ ประสบความสำเร็จ

สามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจให้ได้

และจะต้องจัดทัพองค์กรที่ดี

เหตุนี้เองทำให้แบบสำรวจจึงลงรายละเอียดไปถึงการจำแนกตามความมั่นคงขององค์กร โดยบอกว่าบริษัทผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มั่นคง (93.9%) และมีบริษัทที่เพิ่งเริ่มธุรกิจ 6.1% อย่างไรก็ดีในบางภูมิภาคมีจำนวนบริษัทที่เพิ่งเริ่มธุรกิจอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ ได้แก่ ตะวันออกกลาง (21.1%) ละตินอเมริกา (18.5%) และเอเชีย (15.0%)

ซึ่งในประเด็นนี้จะเห็นว่าบริษัทที่มั่นคงอยู่ในเอเชียเพียง 15.0% เท่านั้นเอง และส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติ

หรือเป็นบริษัทลูกผสม

หรือเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพราะฉะนั้น เมื่อมาดูข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่ทางสถาบันบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาจากแบบสำรวจเรื่อง "Employment Branding" จะพบว่า

การสำรวจประชาชนกว่า 35,600 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก พบว่ามีบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเพียง 1,317 บริษัทเท่านั้นที่พนักงานอยากทำงานด้วย

อาทิ แมคโดนัลด์, โนเกีย, วอล-มาร์ต, ธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกา,นอร์ดสตรอม์ และบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือเดมเลอร์ไครสเลอร์ในปัจจุบัน

ถามว่าเพราะเหตุใด ?

ทำไม ?

พนักงานเหล่านี้ถึงอยากทำงานกับองค์กรชั้นนำระดับโลก คำตอบคงไม่ยากเพราะองค์กรเหล่านั้นมีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี

มีโอกาสเติบโตในสายงาน

และมีความท้าทายซ่อนอยู่เสมอ

ที่สำคัญองค์กรเหล่านี้มีความมั่นคงในธุรกิจอย่างแข็งแรง จึงทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสเข้าไปทำงานยังบริษัทเหล่านี้จึงค่อนข้างที่จะหาหลักประกันกับชีวิตได้ค่อนข้างดี

ขณะที่อีกหลายร้อยหลายพันบริษัทกลับเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจไปอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะสู้บริษัทข้ามชาติไม่ได้เลย

ตรงข้ามสู้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ชื่อชั้นหรือ Employment Branding อาจไม่ดึงดูดเพียงพอ ที่จะทำให้พนักงานเลือกที่จะเข้ามาทำงานในองค์กร

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันจึงค่อนข้างพบเห็นอยู่เสมอว่าเมื่อมีการรับโบนัสกลางปี พนักงานในระดับปฏิบัติงานที่มีอายุ 2-3 ปี หรือ 3-5 ปีจึงค่อนข้างที่จะเปลี่ยนแปลงงานค่อนข้างสูง

ขณะเดียวกัน พนักงานในระดับ Middle Management ขึ้นไปก็พยายามที่จะย้ายตัวเองไปสู่บริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน

เพราะเขาและเธอมองเห็นแล้วว่า หากอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปโอกาสก้าวหน้าในชีวิตคงไม่ถึงดวงดาว สู่ไปใหญ่ในที่อื่นคงจะดีกว่า

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ภาวะเศรษฐกิจเป็นอยู่อย่างนี้ จึงอาจทำให้พนักงานบางคนเริ่มขยับขยาย เริ่มที่จะหาความหวังใหม่ให้กับชีวิตตนเอง

เพราะเขามองเห็นแล้วว่าบริษัทกำลังจะไปไม่รอด

บริษัทกำลังจะเลย์ออฟพนักงาน

และบริษัทกำลังลดการผลิต

ดังนั้น ถ้าเขาอยู่ต่อไปเขาอาจเป็นคนหนึ่งที่ถูกเฉดหัวไปเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเขาและเธอจึงเลือกที่จะเอาโบนัสกลางปี เลือกที่จะซุ่มหางานใหม่อย่างเงียบๆ

เพื่อรอว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไร เขาก็พร้อมที่จะโบยบินทันที

โดยไม่มีความภักดีองค์กรหลงเหลืออยู่เลย ?

หน้า 51


ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
http://www.siamhrm.com/?name=article&file=read&max=321
avatar
Ton
Admin

จำนวนข้อความ : 127
Join date : 03/05/2009
: 41

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» นัดบัณฑิตรุ่นที่ 36 รอบบ่าย ทานข้าวเช้าก่อนเข้าซ้อมพิธีซ้อมย่อยครับ
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» ราคาหนังสือ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ